วันอังคารที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2559

เมื่อลูกสำลักนมจากอกแม่ อันตรายแค่ไหน



เมื่อลูกสำลักนมจากอกแม่ อันตรายแค่ไหน




จะรู้ได้อย่างไร ลูกสำลักนมแม่

                     แรก ๆ เด็กจะไอ และเหมือนจะขย้อนนมหรืออาหารออกมา หากสำลักไม่มาก ก็อาจไอเล็กน้อย 2-3 ครั้งแล้วก็หายไป แต่ถ้าหากไอแรงจนถึงขนาดหน้าเขียว หรือมีเสียงหายใจผิดปกติ ดังครืดคราด คุณแม่ควรรีบพาลูกน้อยพบแพทย์โดยด่วน

ปัจจัยที่ทำให้เกิดการสำลักนม

1. จากตัวเด็กเอง
                      เด็กแรกเกิดที่มีปัญหาเรื่องของโรคหัวใจหรือโรคปอดนั้น จะส่งผลให้เด็กต้องหายใจเร็วขึ้น จึงมีโอกาสสำลักนมได้มากกว่าเด็กปกติทั่วไป ทั้งนี้ รวมถึงเด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า หรือมีประวัติการชักด้วย

2. ปัจจัยภายนอก
                      การให้ลูกดูดนมแม่นั้น โอกาสที่จะเกิดการสำลักนมนั้นอาจเกิดได้น้อยมาก เว้นแต่คุณแม่อุ้มลูกให้นมไม่ถูกวิธี รวมถึงลูกทานนมล้นกระเพาะ ก็เป็นสาเหตุของการสำลักนมด้วยเช่นกัน

วิธีการป้องกัน
                    ในช่วง 6 เดือนแรกควรให้เจ้าตัวเล็กกินนมแม่อย่างเดียว ก่อนเริ่มต้นให้อาหารเสริมตามวัยที่เหมาะสม เพื่อรอให้ทักษะการดูดกลืนของลูกทำงานได้ดีมากขึ้นกว่าช่วงแรกเกิด และสามารถชันคอตั้งตรงได้ดี โอกาสที่จะเกิดการสำลักก็มีน้อยลง

                          เลือกประเภทอาหารที่เหมาะกับวัย เช่น โดยทั่วไปเด็กที่อายุน้อยกว่า 3 ปี ไม่แนะนำให้กินถั่วเม็ดเล็ก ข้าวโพด เม็ดทานตะวัน เพราะมีโอกาสที่เด็กจะเกิดการสำลักมีได้ง่าย แต่หากจะนำมาปรุงให้กับเด็กเล็กๆ ก็ควรบดหรือตัดให้ขนาดเล็กพอควร

จับลูกเรอทุกครั้งหลังที่กินนมเสร็จ
วิธีช่วยเหลือเบื้องต้น

                            หากลูกสำลักนม ให้จับเด็กนอนตะแคง ให้ศีรษะเด็กต่ำลง เพื่อป้องกันไม่ให้นมหรืออาหารที่อาจมีอยู่ในปาก ไหลย้อนกลับไปที่ปอด ที่สำคัญไม่ควรจับเด็กอุ้มขึ้นทันทีเมื่อเกิดอาการสำลัก

ขอได้รับความขอบคุณจาก....ผลิตภัณฑ์เด็กอ่อน ฟุทเด็ก ให้ลูกคุณสาย เก๋ เท่กว่าใคร

ขายปลีก ส่ง รองเท้าเด็กอ่อน เด็กแรกเกิด เด็กทารก
ขายปลีก => http://www.footdek.com/
ขายส่ง =>http://footdek.lnwshop.com/
Face book =>https://www.facebook.com/FootDek/
IG =>https://www.instagram.com/footdek/
Line =>@footdek(ใส่@นำหน้าด้วย)





Tag : สำลักนม / ลูกสำลักนม / ลูกสำลักนมแม่ / วิธีช่วยเหลือเมื่อลูกสำลักนม / ข้อแนะนำเมื่อลูกสำลักนมแม่ / นมแม่ / ป้องกันลูกสำลักนม



วันอาทิตย์ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2559

วิธีกระตุ้นสมองลูกแรกเกิด


วิธีกระตุ้นสมองลูกแรกเกิด



                         เคล็ดลับไม่ได้อยู่ที่ยาตัวไหน หรือของเล่นชิ้นใด และไม่ได้เกินความสามารถของพ่อแม่จะทำได้ด้วย ว่ากันว่าคุณภาพในการดูแลลูกน้อยของพ่อแม่ ความรัก การเลี้ยงดูของพ่อแม่นี่ล่ะ ที่เป็นหัวใจสำคัญที่ช่วยพัฒนาสมองของลูกให้เปี่ยมศักยภาพได้ แน่นอนมีวิธีแนะนำมาฝากด้วย

1. คุยกับลูก

                   ยิ่งคุยกับลูกน้อยมากเท่าไหร่ ลูกก็จะยิ่งพัฒนาและเรียนรู้เรื่องคำมากขึ้น ที่สำคัญขณะพูดคุยควรแสดงสิ่งของนั้นๆให้ลูกเห็นด้วย จะทำให้ลูกเข้าใจมากขึ้นและเร็วขึ้น เพราะลูกวัยนี้ยังคิดในเชิงรูปธรรมเป็นหลัก

2. อ่านหนังสือด้วยกัน

                          การอ่านหนังสือให้ลูกฟังพร้อมกับดูภาพในหนังสือนั้นไปด้วยจะช่วยพัฒนาความสัมพันธ์และอารมณ์ความรู้สึกของคุณกับลูกให้มั่นคง ทั้งยังช่วยให้ลูกได้เรียนรู้ไปด้วย ลูกจะเรียนรู้และรู้จักจับเรื่องราวที่คุณอ่านให้ฟังได้ โดยเฉพาะเรื่องของคำศัพท์ การออกเสียงคำ การอ่านจากซ้ายไปขวา เป็นต้น นอกจากนี้ภาพในหนังสือยังช่วยให้ลูกได้เห็นได้รู้จักกับสิ่งต่างๆ ที่ลูกไม่เคยเห็นนอกเหนือจากสิ่งที่อยู่รอบตัว

3. นิ้วมือทำให้เข้าใจดีขึ้น

                    การใช้สัญลักษณ์เพื่อช่วยสื่อสารกับลูก ก่อนที่ลูกจะพูดโต้ตอบได้ เป็นสิ่งสำคัญค่ะ ซึ่งคุณสามารถใช้มือ นิ้วมือเป็นตัวช่วยได้ มีผลการวิจัยที่ชี้ชัดว่าสัญลักษณ์ทางภาษาส่งผลดีต่อไอคิวและพัฒนาการทางภาษาของเบบี้ โดยเขามีการศึกษาวิจัยในเด็กเบบี้จำนวนหนึ่งซึ่งเรียนเกี่ยวกับสัญลักษณ์มือ 20 สัญลักษณ์ พบว่าเด็กกลุ่มนี้สามารถพูดได้เร็วขึ้น และไอคิวก็สูงกว่าเด็กในวัยเดียวกันที่ไม่ได้เรียนเกี่ยวกับสัญลักษณ์


4. นมแม่ดีที่สุด

                   มีผลการวิจัยบอกว่าเด็กในขวบแรกที่ได้รับนมแม่ตลอด จะมีไอคิวสูงกว่าเด็กที่ไม่ได้รับนมแม่ อย่างไรก็ตามผลคะแนนที่ได้นี้สูงกว่ากันเพียงเล็กน้อย

5. เวลาที่เหมาะสม

                 แม้ลูกเล็กต้องการการตอบสนองอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง แต่กระนั้นก็ต้องการเวลาที่จะเรียนรู้หรือพัฒนาด้วยตัวเองด้วย เช่น ลูกต้องการเวลาที่จะเล่นของเล่นเอง ต้องการเวลาส่วนตัวที่จะคลานไปโน่นมานี่เอง เป็นต้น เพราะฉะนั้นเวลาตลอด 24 ชั่วโมงของลูก พ่อแม่ต้องจึงต้องสังเกตและรู้จักตอบสนองลูกให้ถูกจังหวะที่ลูกต้องการ และรู้จักปล่อยจังหวะให้ลูกได้มีเวลาของตนเอง เล่น หรือทำอะไรเองด้วย

6. ให้ความอุ่นใจ


               เมื่อไหร่ก็ตามที่ลูกน้อยรู้ว่าทุกความต้องการของเขาจะได้รับการตอบสนองด้วยความรักที่มั่นคงจากพ่อแม่เสมอ แรงขับเคลื่อนในการพัฒนาและเรียนรู้โลกกว้างของลูกก็จะเปี่ยมพลังมากขึ้น และวิธีที่จะทำให้ลูกรู้สึกดังกล่าวได้ คืออ้อมกอดอบอุ่นและสายตาของพ่อแม่ที่มองสบตาลูกทุกครั้ง

ขอได้รับความขอบคุณจาก....ผลิตภัณฑ์เด็กอ่อน ฟุทเด็ก ให้ลูกคุณสาย เก๋ เท่กว่าใคร

ขายปลีก ส่ง รองเท้าเด็กอ่อน เด็กแรกเกิด เด็กทารก
ขายปลีก => http://www.footdek.com/
ขายส่ง =>http://footdek.lnwshop.com/
Face book =>https://www.facebook.com/FootDek/
IG =>https://www.instagram.com/footdek/
Line =>@footdek(ใส่@นำหน้าด้วย)







Tags: สมอง / การกระตุ้นสมอง / การพัฒนาสมอง / การพัฒนาสมองเด็กแรกเกิด / การเลี้ยงดู / ลูก 0-1 ขวบ / ลูก 0-1 ปี / ลูกอายุ 0-1 ปี / เด็ก 0-1 ปี / เด็ก 0-1 ขวบ / เด็กอายุ 0-1 ปี / เด็กอายุ 0-1 ขวบ




วันพุธที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2559

ทารก แรกเกิด 0 – 30 วันพัฒนาการอย่างไร


ทารกวัยแรกเกิด 0-30 วัน
                  เมื่อแรกคลอดสัญชาตญาณของทารก คือการมีชีวิตรอด ทารกปกติจะมีทักษะการหายใจได้เองอย่างน่าอัศจรรย์  เมื่อแรกคลอดที่ตัดสายสะดือ เขาและคุณแม่ถูกแยกออกเป็นคนละคนแล้ว  ยกเว้นในรายที่มีอาการผิดปกติร่วมด้วย ไม่สามารถหายใจได้เอง ทารกวัยแรกเกิดนี้ ประสาทสัมผัสทั้ง5 เริ่มทำงาน สามารถได้ยินเสียงจากสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้เป็นอย่างดี เพราะหูของเขารับรู้ได้ยินเสียงตั้งแต่เดือนที่ 7 ขณะอยู่ในครรภ์  รู้สึกร้อนหนาว ร้องเมื่อเปียก แฉะ หนาว หรือหิว ประสาทสัมผัส ทั้ง 5 ทำงานเกือบปกติแล้ว ยกเส้นการมองเห็น  เพราะทารกแรกเกิด – 30 วัน สามารถมองเห็นลางๆ คล้ายทีวีขาวดำ ระยะ 1 ฟุตเท่านั้น
ตรวจเช็คพัฒนาการทารก วัยแรกเกิด
         วัยแรกเกิดฉลาดที่จะเรียนรู้ เมื่อแตะมุมปาก ลูกจะเผยอปากพร้อมกับหันหานิ้วที่แตะ ทำท่าเตรียมดูดนมได้
·         คว้าจับได้หากบังเอิญมือไปแตะเข้ากับสิ่งของ
·         หากแม่เอานิ้วมือไปสัมผัสบริเวณฝ่ามือของลูก ลูกจะค่อยๆ กำมือเข้าหา เมื่อดึงออก

การกระตุ้น พัฒนาการทารก วัยแรกเกิด
·         กระตุ้นด้วยการสัมผัสที่อบอุ่น
·         กระตุ้นด้วยการนวดสัมผัส การนวดสัมผัส ทำให้ทารกผ่อนคลาย หลับสบาย อารมณ์ดีท้องไม่อืด

โภชนาการของ ทารกแรกเกิด
·         นมแม่อย่างเดียว แรกเกิด – 2 วันแรกลูกอาจจะไม่ดูดนม หลับซะส่วนใหญ่ คุณแม่ไม่ต้องกังวลใจ เป็นพัฒนาการตามวัยของเขาค่ะ  เด็กแรกเกิด สามารถอยู่ได้ 24 ชั่วโมงโดยที่ไม่ต้องรับประทานอะไรเลย  เพราะทารกได้สระสมสารอาหารจากสายสะดือแม่ตอนที่อยู่ในครรภ์ พกติดตัวมาด้วย หรือเรียกกันว่า เด็กแรกเกิดพกปิ่นโตมาด้วย หาก 2 วันแรกทารกดูดนมน้อย นอนมาก อย่าตกใจ
·         สำหรับทารก ที่ไม่สามารถดื่มนมแม่ได้  ไม่ว่าจะเหตุผลใดๆก็ตาม แม่ควรให้ลูกได้รับนม ผง  วันละ 6-8 มื้อ
·         ไม่ต้องดื่มน้ำเพราะในนมแม่มีอัตราส่วนของน้ำผสมอยู่แล้ว
·         สูตรคำนวณนมของทารกแรกเกิด 0-30 วัน
น้ำหนักลูกเป็นกิโลกรัม คูณ  150 ซีซี แล้วหาร 30 เป็นปริมาณนมใน 1 วัน แบ่ง 6 มื้อ
ตัวอย่างเด็กแรกเกิด หนัก 3 กก. ครบ 1 เดือน ควรหนัก 3.6 แต่คำนวณง่ายๆ เอา 4 กก.คูณ 150 เท่ากับ 600 หาร 30 คือ 20 ออนซ์ + /- ได้ไม่เกิน 4 ออนซ์ ควรแบ่งมื้อนมอออกเป็น 6-8มื้อ/วัน นะคะ ไม่ควรให้นมลูกมากเกินไปอาจทำให้เกิด Over feeding ได้ค่ะ

การดูแลทารกวัยแรกเกิด
              เมื่อลูกยังไม่ครบ 1 เดือน คุณพ่อคุณแม่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด วิธีการดูแลลูกน้อยอย่างถูกต้องเหมาะสม และสังเกตอาการที่อาจจะเกิดขึ้น ดังนี้
·         แหวะนม  อาเจียน  อาการดังกล่าวหากเกิดไม่ถี่จนเกินไป ถือว่าปกติ เกิดจากหูรูดกระเพาะอาหารทำงานไม่สมบูรณ์ หากบ่อยครั้ง อาเจียนพุ่ง ควรพบแพทย์ อาจมีภาวะกรดไหลย้อน หรือลำไส้กลืนกัน
·         เด็กนมผสม ในรายที่คุณแม่ไม่สามารถให้นมแม่ได้ ลูกกินนมผสม( นมผง)  อาจมีปัญหามากกว่าเด็กนมแม่ เช่น ผื่นขึ้น ท้องอืด ถ่ายเหลว ถ่ายเป็นมูก ไม่ถ่าย แน่นอนลูกคุณแม่อาจแพ้โปรตีนในนมวัว ต้องปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด่วนค่ะ
·         ท้องอืด    หากลูกดูดลมเข้าไปเยอะ ควรให้เรอหลังดูดนมทุกครั้ง และอุ้มนาน 30 นาทีก่อนค่อยให้นอนลง
·         การขับถ่ายปัสสาวะสีเข้มหรือไม่  การได้รับน้ำ หรือนมไม่เพียงพอทำให้ปัสสาวะสีเข้มได้ คุณแม่ควรใส่ใจลูกน้อยเรื่องนี้ด้วยค่ะ
·         การขับถ่ายหากลูกกินนมแม่จะถ่ายอุจจาระบ่อย 48ชั่วโมงแรก ทารกจะมีอุจจาระที่ดำๆ เขียวๆ ที่เรียกว่า ขี้เทามีลักษณะนุ่มเหนียว ซึ่งเป็นสิ่งที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ของทารกจากเมื่อตอนที่ยังอยู่ในท้องแม่ และจะถูกขับออกมาตามกระบวนการขับถ่าย หลังจากนั้นอุจจาระของลูกก็จะกลายเป็นสีเหลืองเอง
·         ลิ้นเป็นผ้า หลังดื่มนม ใช้ผ้าสะอาดชุบน้ำต้มสุกเช็ดทำความสะอาดคราบน้ำนม เหงือก และลิ้น
·         ร้องตลอดเวลา การร้องของลูกวัยนี้บ่งบอกถึง การไม่สุขสบาย คุณพ่อคุณแม่ต้องสำรวจว่า เปียก หิว หนาว ร้อน หรือมดแมลงกัดหรือเปล่า ค่อยๆสังเกตอย่าใจร้อนและตกใจกับเสียงของเจ้าตัวเล็กจนเสียสมาธินะคะ
·         เปลี่ยนผ้าอ้อมสำเร็จรูปทุก 4 ชั่วโมง หรือเมื่อขับถ่ายอุจาระ สำหรับผ้าอ้อมผ้า เปลี่ยนทุกครั้งที่แฉะ เปียก
·         อาบน้ำ วันละ 1 ครั้ง สระผมวันละ 1 ครั้ง ถ้าอาบน้ำตอนเช้า ตอนเย็นให้เช็ดตัว  น้ำที่ใช้ต้องเป็นน้ำอุ่นเท่านั้นค่ะ
·         เปิดแอร์ได้ หากร้อน อุณหภูมิห้องเด็ก ควรอยู่ที่ 27 องศาเซลเซียส หากเปิดพัดลมไม่ควรสัมผัสทารกโดยตรง
·         ถุงมือ ไม่ควรสมใส่ถุงมือตลอดเวลา เพราะเป็นการปิดกั้นพัฒนาการลูก เด็กวัยแรกเกิดหากใช้มือสัมผัสกับสิ่งรอบข้าง กำๆ แบๆ บ่อยๆ เป็นการเสริมสร้างเส้นใยประสาท เป็นการกระตุ้นที่ดีมาก
·         ห่อตัว ไม่ควรห่อตัวลูกหากไม่จำเป็น  เพราะเด็กสามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมได้แล้ว ห่อตัวเมื่ออกนอกบ้าน เช่นไปฉีดวัคซีน  ตรวจสุขภาพ เท่านั้น
การดูแลทารกแรกเกิดไม่ใช่เรื่องยากเกินความสามารถของคุณแม่อย่างคุณ เทคนิคการเลี้ยงลูกให้มีความสุขในช่วงวัยนี้คือ สังเกตความต้องการและตอบสนองให้ตรงจุดเพราะเด็กแต่ละคนความต้องการแตกต่างกัน แค่นี้คุณก็เป็นคุณแม่มืออาชีพแล้วค่ะ
ขอได้รับความขอบคุณจาก....ผลิตภัณฑ์เด็กอ่อน ฟุทเด็ก ให้ลูกคุณสาย เก๋ เท่กว่าใคร

ขายปลีก ส่ง รองเท้าเด็กอ่อน เด็กแรกเกิด เด็กทารก
ขายปลีก => http://www.footdek.com/
ขายส่ง =>http://footdek.lnwshop.com/
Face book =>https://www.facebook.com/FootDek/
IG =>https://www.instagram.com/footdek/
Line =>@footdek(ใส่@นำหน้าด้วย)





วันอังคารที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2559

สิ่งห้ามทำเกี่ยวกับการนอนของทารก



1. อย่านับการนอนหลับสั้นๆ ว่าเป็นการนอน

                   สำหรับเด็กทารกนั้นการนอนหลับอย่างที่เต็มที่ คือ การนอนที่นานกว่า 45 นาที การนอนสั้นๆ หรือ การนอนที่ไม่ถึง 45 นาทีนั้นไม่ใช่การนอนหลับอย่างเต็มที่ Elizabeth Pantley คุณแม่ลูกสี่ผู้เขียนหนังสือชื่อ The No-Cry Nap Solution ได้ให้คำแนะนำว่า"การนอนหลับสั้นๆ ของทารกอาจทำให้คุณเข้าใจผิดได้ว่าลูกนอนหลับเพียงพอแล้วในแต่ละวัน แต่ความจริงแล้วการนอนแบบสั้นๆ หรือการนอนในระยะเวลาไม่นาน เป็นสาเหตุทำให้ทารกหงุดหงิด และร้องไห้บ่อยๆ ได้ เพราะทารกจะไม่ได้รับประโยชน์และไม่ได้รับพลังงานอย่างเต็มที่เท่ากับการนอนหลับนานๆ "

2. อย่าเพิ่งรีบไปหาทันทีเมื่อลูกตื่น
                   เป็นเรื่องปกติ ที่ระหว่างนอนทารกอาจหลับๆ ตื่นๆ บ้าง การที่พ่อแม่รีบวิ่งไปหาลูกเมื่อลูกตื่นแล้วร้อง อาจเป็นการกวนลูกหรือทำให้ลูกตื่นขึ้นมาทันทีแทนที่จะได้นอนต่อนานๆ ทารกต้องการความเงียบและความสงบในการนอน ตอนลูกเริ่มนอนก็เช่นกัน หากลูกไม่ยอมนอนเสียที พ่อแม่อาจปล่อยลูกไว้ในเปลคนเดียวนานประมาณ 30 นาที เพื่อให้บรรยากาศสงบ แล้วลูกจะนอนหลับง่ายขึ้น

3. อย่าปลุกลูกเด็ดขาด
                      อย่าปลุกลูกเด็ดขาด เว้นแต่จำเป็นจริงๆ พ่อแม่หลายคนมักกังวลว่าถ้าลูกนอนตอนกลางวันนานๆ พอตกกลางคืนลูกจะหลับยาก Dr. Jennifer Shu กุมารแพทย์และผู้ร่วมเขียนหนังสือ Heading Home with Your Newborn ได้แนะนำว่า พยายามอย่าปลุกทารกที่กำลังหลับอยู่ เพราะเด็กหลายคนที่หลับนานช่วงกลางวัน ก็หลับนานในช่วงกลางคืนได้ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้การปลุกลูกจากการนอนนานๆ ยังทำให้ลูกไม่ได้รับประโยชน์และไม่ได้รับพลังงานจากการนอนอย่างเต็มที่ด้วย

4. อย่าเมินเฉยต่ออาการง่วง
                      Dr. Marc Weissbluth ผู้เขียนหนังสือ Healthy Sleep Habits, Happy Child ได้ให้คำแนะนำว่า พ่อแม่ไม่ควรเมินเฉยๆ ต่ออาการแปลกของลูกเพราะนั่นอาจหมายถึงอาการง่วงได้ เด็กบางคนอาจไม่ได้แค่หาวเวลาง่วง แต่มีอาการอื่นๆ มากมายที่บ่งบอกว่าลูกง่วง เช่น เปลือกตาตก ตาลอย หงุดหงิด ร้องไห้ หากคุณพบอาการดังกล่าวควรกล่อมลูกนอนทันที เพราะหากยังไม่ได้นอนเสียที อาจทำให้เด็กหรือทารกเข้าสู่ภาวะเหนื่อยมากเกินไป (overtired zone) และจะยิ่งงอแงเข้าไปอีก

5. อย่าใช้ผ้าห่มบ่อย

                      สมาคมกุมารเวชศาสตร์ของสหรัฐอเมริกา ได้ให้คำแนะนำว่าพ่อแม่ไม่ควรซื้อ ทั้งหมอน ผ้าห่ม ผ้านวมคลุมเตียง ผ้ารองผ้าห่ม ผ้านวมบุรอบเตียงมาวางไว้ใกล้บริเวณที่ทารกนอนหลับ เพราะเครื่องนอนที่วางไว้เยอะมากเกินไปอาจเป็นอันตรายต่อทารกได้ เครื่องนอนเหล่านี้อาจทำให้เกิดการตายแบบกะทันหันหรืออาการหลับไม่ตื่นในเด็กทารก (Sudden Infant Death Syndrome) เช่น หากมีผ้านวมบุรอบเตียงอาจทำให้หน้าของเด็กไปซุกอยู่บริเวณผ้านวมขณะนอนหลับ และทำให้เด็กหายใจไม่ออกได้

ขอได้รับความขอบคุณจาก....ผลิตภัณฑ์เด็กอ่อน ฟุทเด็ก ให้ลูกคุณสาย เก๋ เท่กว่าใคร

ขายปลีก ส่ง รองเท้าเด็กอ่อน เด็กแรกเกิด เด็กทารก
ขายปลีก => http://www.footdek.com/
ขายส่ง =>http://footdek.lnwshop.com/
Face book =>https://www.facebook.com/FootDek/
IG =>https://www.instagram.com/footdek/
Line =>@footdek(ใส่@นำหน้าด้วย)

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

ลูกทารกชอบยิ้มตอนหลับ


                          หลายครั้งที่เรามักจะได้ยินกันว่า ลูกยิ้มตอนหลับแปลว่าลูกกำลังฝันอยู่ หรือลูกยิ้มตอนหลับแปลว่าลูกกำลังเล่นกับแม่ซื้อ ซึ่งความเชื่อดังกล่าวอาจทำให้คุณแม่หลายคนกังวลใจ แล้วความจริงเป็นอย่างไรมาดูคำตอบกัน


ทำไมลูกทารกชอบยิ้มตอนหลับ

·         เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า การยิ้มระหว่างหลับของทารกในช่วง 0 - 1 เดือนแรกหลังคลอด ไม่ได้มาจากการฝันนะคะ แต่เกิดจากการหดตัวของกล้ามเนื้อใบหน้า เพราะทารกยังไม่สามารถแยกแยะอารมณ์ความรู้สึกได้

·         พัฒนาการกล้ามเนื้อใบหน้า ในช่วง 2 - 5 เดือน ขณะหลับทารกจะมีอาการทางสีหน้าหลายอย่าง เช่น สีหน้าบึ้งตึง ขมวดคิ้ว ทำปากขมุบขมิบ และยิ้ม อาการเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกว่าทารกกำลังฝันหรือกำลังเล่นกับแม่ซื้ออยู่ แต่คือพัฒนาการกล้ามเนื้อใบหน้าของทารกเท่านั้น

·         ลูกกำลังฝัน ช่วง เดือนขึ้นไป ทารกจะเริ่มฝันแล้ว เนื่องจากทารกวัยนี้มองเห็นได้อย่างเต็มที่ จึงเกิดการเก็บไปฝัน ซึ่งการฝันของทารกวัย เดือน จะยังไม่เป็นเรื่องเป็นราวเหมือนผู้ใหญ่ แต่จะเป็นภาพสไลด์แบบไม่ต่อเนื่อง และทารกจะยังไม่เข้าใจว่านี่คือความฝัน

                     ลูกชอบยิ้มตอนหลับไม่ใช่เพราะลูกกำลังเล่นกับแม่ซื้อตามความเชื่อที่เราเคยได้ยินนะคะ แต่เกิดจากพัฒนาการกล้ามเนื้อใบหน้าตามที่กล่าวไปข้างต้นนั่นเอง คุณพ่อคุณแม่ไม่ต้องกังวลไปค่ะ พัฒนาการต่างๆ จะส่งผลให้ลูกเป็นเด็กฉลาดในอนาคตแน่นอนค่ะ
ขอได้รับความขอบคุณจาก....ผลิตภัณฑ์เด็กอ่อน ฟุทเด็ก ให้ลูกคุณสาย เก๋ เท่กว่าใคร

ขายปลีก ส่ง รองเท้าเด็กอ่อน เด็กแรกเกิด เด็กทารก
ขายปลีก => http://www.footdek.com/
ขายส่ง =>http://footdek.lnwshop.com/
Face book =>https://www.facebook.com/FootDek/
IG =>https://www.instagram.com/footdek/
Line =>@footdek(ใส่@นำหน้าด้วย)


วันพฤหัสบดีที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

การตั้งไข่ของเด็ก...เด็กกำลังหัดเดิน

การตั้งไข่ของเด็ก


การตั้งไข่
              คือ การที่เด็กเริ่มทำท่าโก้งโค้งยืดตัวขึ้นยืน และเมื่อทำได้สักพักเขาก็จะเข้าไปหาที่เกาะยืนต่อไป เพราะยังยืนเองตามลำพังไมได้ พัฒนาการดังกล่าว เกิดขึ้นในช่วงวัน 9 – 11 เดือนค่ะ
การที่เด็กได้ลองทำการยืนด้วยตนเอง จะทำให้เขาได้เรียนรู้และลองแล้วลองอีก อีกหลายครั้ง กว่าจะรู้วิธีการที่จะขึ้นมาจากท่านั่ง เป็นเกาะยืน และเริ่มตั้งไข่ ซึ่งจะเป็นการเตรียมพร้อมในการเดินที่จะตามมาในไม่ช้าไม่นาน

การตั้งไข่ด้วยตัวเอง
            ทำให้ลูกได้เรียนรู้ว่าพื้นหรือเฟอร์นิเจอร์แบบไหน ที่จะรองรับน้ำหนักเขาได้ และเขาจะเรียนรู้การหย่อนตัวนั่ง ซึ่งคุณแม่สามารถช่วยลูกหัดหย่อนก้นลงนั่ง จากท่ายืนโดยการก้มตัวลง (งอส่วนลำตัวด้านบน กับสะโพก) โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย และวางน้ำหนักไปทางก้น เพื่อที่จะได้นั่งลงได้ โดยไม่หงายหลัง หรือเจ็บตัว และการได้เห็นพ่อแม่หรือคนใกล้ตัวเดินไปไหนมาไหนนั้นเป็นเหมือนแรงขับภายในที่ทำให้เขาพยายามจะก้าวผ่านพัฒนาการจากการคลานไปสู่การยืนและเดินได้ต่อไปนั่นเอง

พ่อแม่ให้กำลังใจด้วยการส่งเสริมพัฒนาการตามนี้
                     สิ่งที่คุณพ่อคุณแม่สามารถส่งเสริมลูกได้คือ ให้กำลังใจลูกอย่างสม่ำเสมอ จัดพื้นที่ให้ปลอดภัยสำหรับลูก เฟอร์นิเจอร์เครื่องเรือนควรมั่นคงสำหรับการเกาะยืนของลูก ปิดเหลี่ยมมุมต่างๆ ให้ดี และคอยดูแลลูกอยู่ใกล้ๆ เพราะมีงานวิจัยในประเทศสิงคโปร์ที่ชี้ชัดว่า ร้อยละ 90 ของเด็กในช่วงวัยตั้งไข่และก้าวเดินนั้นจะได้รับบาดเจ็บ ตั้งแต่บาดเจ็บเล็กน้อยถึงเสียชีวิตได้ คุณแม่จึงต้องคอยอยู่เป็นกำลังใจและระมัดระวังอยู่ใกล้ๆ 

ขอได้รับความขอบคุณจาก....ผลิตภัณฑ์เด็กอ่อน ฟุทเด็ก ให้ลูกคุณสาย เก๋ เท่กว่าใคร

ขายปลีก ส่ง รองเท้าเด็กอ่อน เด็กแรกเกิด เด็กทารก
ขายปลีก => http://www.footdek.com/
ขายส่ง =>http://footdek.lnwshop.com/
Face book =>https://www.facebook.com/FootDek/
IG =>https://www.instagram.com/footdek/
Line =>@footdek(ใส่@นำหน้าด้วย)